งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 56 (พ.ศ. 2543)

        ถือได้ว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งเชียร์ปีศาจ แต่ในครั้งแรกยัง
ไม่ได้เรียกว่าเชียร์ปีศาจอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นเพียง
การนำกลองไปตี และเต้นสันทนาการกันในวันงานฟุตบอลฯ
เท่านั้น โดยนิสิตกลุ่มแสงเทียน ที่กลับจากไปทำค่ายด้วยกัน

 
          โดยในวันงาน นิสิตกลุ่มนี้ได้นำกลองมาตี และเต้นสันทนาการกันที่หน้าสนามกีฬาแห่งชาติ เพื่อสร้างสีสัน สร้างความครึกครื้นในงาน โดยไม่ได้มีการเตรียมการใดๆ ทั้งสิ้น เป็นเพียงการสวมเสื้องานฟุตบอลฯเหมือนกับนิสิตคนอื่นๆ ซึ่งในครั้งนั้นถือว่าประสบความสำเร็จมากที่เดียว มีนิสิตจุฬาฯ มายืนดูการสันทนาการกันอย่างล้นหลาม เมื่อเต้นกันจนจบแล้ว ก็ได้ทำการเชิญชวนผู้ที่มายืนดู ให้เดินขึ้นไปบนแสตนด์พร้อมกัน ทำให้แสตนด์เต็มเร็วขึ้นได้อีกทางหนึ่ง ในครั้งนั้นทาง อบจ. เห็นว่า เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์มีประโยชน์ จึงได้ก่อตั้งเป็นเชียร์ปีศาจอย่างเต็มรูปในปีต่อมา    
     
         
     งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 57 (พ.ศ. 2544)      
           เป็นการใช้ชื่อเชียร์ปีศาจอย่างเป็นทางการ โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อบจ. และเป็นอีกโครงการหนึ่งของงานฟุตบอลฯ ในปีนี้เชียร์ปีศาจใช้ชุดเป็นรูปแบบเดียวกัน ภายใต้แนวคิดผีจีน แต่งหน้าขาวเหมือนนักแสดงงิ้ว ไปตีกลองและเต้นตามสถานที่ต่างๆ เช่น สยาม สามย่าน มาบุญครอง สร้างความสนุกสนานให้งานบอลเป็นอย่างมาก นอกจากนี้นี้ยังเป็นการกระตุ้น และประชาสัมพันธ์ให้นิสิตจุฬาฯ ไปขึ้นแสตนด์ได้อีกด้วย
   
         
     งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 58 (พ.ศ. 2545)      
            เชียร์ปีศาจกลับมาในแนวคิดนักดับเพลิง เป็นชุดหมีสีชมพูทั้งชุด คล้ายๆเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พี่เต้ยลงทุนแต่งชุดผีสามบาท (ชื่อหนังผีสมัยนั้น) ไปรำกลางสี่แยกมาบุญครอง โดยในปีนี้เชียร์ปีศาจได้เต้นร่วมกับกองสันทนาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ลานหน้าโตคิว พี่เต้ยตีกลองจนมือแตกเลยทีเดียว    
         
     งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 59 (พ.ศ. 2546)      
           เชียร์ปีศาจในชุดเอี้ยมสีชมพูสดใส แต่งหน้าด้วยแป้งงิ้วตามเดิม และเป็นปีที่แสตนด์จุฬาฯ เต็มตั้งแต่บ่ายโมงกว่าๆ สร้างความยินดีให้แก่เหล่าเชียร์ปีศาจอย่างยิ่ง เพราะเราเชื่อว่า เราเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ถึงแม้จะเป็นส่วนเล็กๆ ก็ตาม ที่ทำให้แสตนด์จุฬาฯ เต็มได้เร็วขนาดนั้น
   
          
     งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 60 (พ.ศ. 2547)      
             ในปีนี้ เชียร์ปีศาจไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อบจ. จึงต้องนำชุดเอี๊ยมสีชมพูของปีที่ 59 มาใช้อีกครั้งหนึ่ง (กระซิกๆ)    
         
     งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 61 (พ.ศ. 2548)     
              ปีนี้จำไม่ได้จริง ๆ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ซื้อชุดเพิ่มนะ เหมือนเอาชุดเดิม ๆ มาใส่อ่ะ(กระซิกๆ)    
         
     งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 62 (พ.ศ. 2549)      
             เชียร์ปีศาจ ในชุดกางเกงเลสีชมพู เสื้อลายดอกไม้สีสดใส เป็นปีแรกทีมี่การนัดหมายกับลีดตลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาเต้นสร้างความสัมพันธ์ และถ่ายรูปร่วมกันที่ Center Point    
         
     งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 63 (พ.ศ. 2550)      
             เป็นการปฏิวัติเชียร์ปีศาจครั้งยิ่งใหญ่ จากเดิมที่ซ้อมกันตามมีตามเกิด ข้างสนามเปตอง ไปเป็นการซ้อมที่ลานจามจุรี 5 ต้น มีการ First Meeting อย่างเป็นทางการ และออกงานในชุดเสื้อกั๊กอาละดินสีชมพูสะท้อนแสง พร้อมกางเกงแขกสามส่วน และในปีนี้เองที่สร้างประวัติศาสตร์ แสตนด์จุฬาฯ เต็มตั้งแต่บ่ายโมงนิดๆ แทบทำลายสถิติ สร้างความประทับใจให้แก่ชาวเชียร์ปีศาจเป็นอย่างมาก
   
         
    งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 64 (พ.ศ. 2551)      
            สิ่งที่เกิดขึ้นจากปี 50 ส่งผลให้เชียร์ปีศาจกลายเป็นที่รู้จักของชาวจุฬาฯ มากขึ้น และพัฒนาไปสู่การเป็น "กองเชียร์สร้างสรรค์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย" กองเชียร์สันทนาการขนาดใหญ่ ที่พร้อมจะสู่เพื่อจุฬาฯ และปลุกระดมเลือดรักสถาบันอย่างถูกต้อง ให้เข้มถึงขีดสุด
          อย่างไรก็ตาม การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ผู้ทรงเป็นพระอาจารย์แห่งสองสถาบัน สร้างความเศร้าโศกแก่นิสิต นักศึกษา และชาวไทยทั้งประเทศ งานฟุตบอลประเพณีฯ เลื่อนไปจัดในเดือนพฤษภาคม เพื่อเป็นการรำลึกถึงเจ้าฟ้า"พระอาจารย์"
   
            เชียร์ปีศาจลดขนาดลงเป็นกองเชียร์เฉพาะกิจที่เรียบง่าย และร่วมถวายความอาลัยแด่พระองค์    
         
  งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 65 (พ.ศ. 2552)      
 

เชียร์ปีศาจงานฟุตบอล ประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 65 นี้เป็นธีมโจรสลัด เป็นปีที่มีชุดสวยงามที่สุดก็ว่าได้ เพราะทุกคนแต่งชุดเหมือนกัน ดูแล้วสวยงาม เป็นการล่อลวงให้เกิดการลายตาได้ง่าย

ปีนี้ก็เป็นอีกปีนึงที่แสตนของจุฬาเต็มเร็วมาก เป็นที่ปิติยินดีของพวกเราชาวเชียร์ปีศาจอย่างมาก

   
         
  งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 66 (พ.ศ. 2553)      
 

ในปีนี้เชียร์ปีศาจได้ไปร่วมประชาสัมพันธ์งานฟุตบอล ประเพณีจุฬา-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 66 ที่รายการชิงร้อยชิงล้าน ทำให้เชียร์ปีศาจกลายเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

และในงานปีนี้เชียร์ปีศาจมาในรูปแบบแตรวง แต่งชุดลายดอก แสดงให้เห็นถึงความสนุกสนาน และเราได้เดินขบวนพร้อมกับทำการสันทนาการจากหอใน

ไปยังสยามและมาบุญครองเพื่อเชิญชวนชาวจุฬา ร่วมกันขึ้นแสตนเชียร์ของเรา

และปีนี้เป็นปีที่เราซ้อมเต้นกันน้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา เพราะงานบอลได้เลื่อนขึ้น แต่เราก็ทำจนสุดความสามารถ เป็นที่ประทับใจของผู้คนทั่วไป

   
         
  งานฟุตบอลประเพณีฯ ครั้งที่ 67 (พ.ศ. 2554)      
 

ปีพ.ศ. 2554 เชียร์ปีศาจมาในรูปแบบของ กรีก-โรมัน ชุดสีทองอร่าม ผนวกกับผ้ารัดหัวสไตล์โบฮิเมียน ชุดปีนี้สวยมากจนมีแต่คนอยากมาร่วมสนุกกับเรามากมาย ภารกิจในปีนี้ยังเหมือนเดิม ช่วยประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องชาวจุฬาฯมาร่วมกันขึ้นสแตน และสร้างความสนุกสนาน เพิ่มสีสันความครึกครื้นไปทั่วบริเวณสยาม พารากอน มาบุญครอง และให้ความบันเทิงแก่ staff บนสแตนเชียร์อีกด้วย