รักชาติ นาครัตน์
คำถามหลายคำถามแม้นแต่ตัวของเราเองยังถามว่า “ทำไมถึงยังทำค่ายมานานขนาดนี้”เป็น คำถามที่ตอบยากมาก และเชื่อว่าน้อง ๆ ทุกคนที่เป็นสมาชิกครอบครัวแสงเทียนก็ตอบคำถามนี้ด้วยความยากเย็นเช่นเดียว กับพี่ จึงอยากจะเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับคำถามดังกล่าวข้างต้น ลงในหนังสือประกอบการเรียนของค่ายแสงเทียนครั้งที่ 16 ณ จังหวัดนครสวรรค์นี้ หลังจากที่เขียนบทความเรื่อง “สายเลือด สายใย สายสัมพันธ์” ไว้ในหนังสือประกอบการเรียนของค่ายแรงเทียนไว้เมื่อเดือนตุลาคมแล้ว
“เมื่อต้นปีจามจุรีงามล้น เครื่องหมายของสิ่งมงคล ทุกคนเริ่มต้นสนใจ” เพลงจามจุรีศรีจุฬาฯ บรรยายไว้อย่างจัดเจน ภายใต้ร่มเงาของกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ต้นหนึ่งที่เมื่ออดีตไม่ได้มีความหมาย อะไรมากมายลึกซึ้ง เป็นเพียงต้นฉำฉา หรือก้ามปูเท่านั้น แต่ ณ ปัจจุบัน ต้นจามจุรีกลับเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณความเป็นตัวตนของข้าพเจ้า ในบางครั้งเกิดอาการท้อแท้หรือตกอยู่ในสภาวะเหนื่อยหน่ายหมดแรง ต้นจามจุรีนี่แหละเป็นเครื่องเตือนใจของข้าพเจ้าว่า “จามจุรีนี้เป็นฉัตรกั้น ปลอบขวัญเตือนใจเมื่อเห็น” น่าแปลกที่ต้นจามจุรีมีอิทธิพลต่อชีวิตของข้าพเจ้าถึงเพียงนี้ ผู้ที่กำลังอ่านบทความบทนี้อาจจะแปลกใจ ข้าพเจ้าก็แปลกใจเลยพยายามหาเหตุผลมาตอบตัวเองเช่นกัน แล้วคำตอบก็ออกมาแล้ว และมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับต้นจามจุรีนี้เลย จามจุรีเป็นเพียงสัญลักษณ์ไว้คอยเตือนใจเตือนสัญญาของวิญญาณเท่านั้น แต่เมื่อสิ่งที่เป็นเครื่องเตือนได้ปรากฏแล้วนั้น แปลว่าย่อมมีเรื่องราวภายหลังไว้คอยให้เตือนเช่นกัน เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นที่ดินแดนแห่งความฝัน ดินแดนแห่งนี้เกิดขึ้นและก็หายไปและไม่มีวันจะหวนกลับมาอีก ดินแดนแห่งนี้จะถูกเปิดออกเมื่อกาลเวลาผ่านมาถึง คนที่เคยผ่านมาดินแดนแห่งนี้มักจะตามไล่ตาม และรอคอยว่าดินแดนแห่งนี้จะปรากฏเกิดขึ้นที่ใด ก็จะพยายามไปอยู่ ณ ดินแดนแห่งนี้ แม้นว่าตัวจะไปไม่ได้ แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่า ใจของเขาก็อยู่ไม่ไกลจากดินแดนแห่งนี้ ณ ดินแดนแห่งนี้ข้าพเจ้าขอใช้คำว่า “ดินแดนแห่งความฝัน” เพราะ ณ ที่แห่งนี้ คนที่ไปอยู่จะพยายามติดต่อกับโลกภายนอกน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความแปลกของดินแดนนี้ก็คือ การกินอยู่มิได้สะดวกสบาย แม้นแต่การนอนหรือเวลาพักผ่อนก็มีแต่เพียงน้อยนิด และยังกลับมีภาระที่ต้องรับผิดชอบอันหนักอึ้งอีก ดินแดนแห่งนี้เวลาจะผ่านไปเร็วกว่าปกติ ดินแดนนี้สามารถทำอะไรก็ได้ตามใจ ขอเพียงอยู่ในครรลองของความถูกต้อง ดินแดนแห่งนี้ได้หลอมคนที่มาอยู่จากหลายพ่อพันแม่ให้เป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่เป็นน้อง เป็นญาติผู้น้อย ผู้ใหญ่
บรรยายลักษณะดินแดน แห่งนี้มามากพอแล้ว เชื่อว่ามีทั้งคนเข้าใจและไม่เข้าใจ แต่ขอบอกตามตรงว่าไม่ได้คาดหวังจะให้ทุกคนเข้าใจ เพราะแค่กระดาษเพียงแผ่นสองแผ่นคงไม่พอจะอธิบายดินแดนแห่งนี้ได้ เพราะคนที่เข้าถึงและลึกซึ้งต้องเข้ามาอยู่เอง หรือแม้นแต่คนที่มาอยู่เองก็ยังไม่เข้าใจได้ทั้งหมด จำต้องต้องสั่งสอนกันอยู่ไม่น้อย แต่ที่อยากให้รู้เอาไว้ในบทความครั้งนี้คือ การที่ข้าพเจ้าได้ตามดินแดนแห่งนี้มาสิบกว่าปีนั้นก็คือ ดินแดนแห่งความฝันแห่งนี้ได้สร้างความผูกพันระหว่างคนที่ไม่เคยรู้จักกันมา ก่อน และไม่เคยคิดว่าจะมาเจอ กลับต้องมาอยู่ร่วมกันและรักกันดุจพี่น้องกันจริง ๆ ก็เพราะดินแดนแห่งความฝันแห่งนี้ ตราบใดที่ดินแดนแห่งนี้ยังปรากฏ ความสัมพันธ์ก็จะมีมากขึ้น ๆ ตามไปด้วย สุดท้ายขอขอบคุณรุ่นพี่ที่ได้พยายามสร้างดินแดนแห่งนี้ให้เราได้วิ่งตามกัน มา 16 ปี ขอบคุณน้องที่พยายามรักษา ปรับปรุงดินแดนแห่งความฝันแห่งนี้ให้ดูดีและดูใหม่อยู่เสมอ ดินแดนแห่งนี้เป็นดินแดนที่ข้าพเจ้าได้เกิดใหม่จากเด็กที่ไม่มีอะไร แม้นแต่ความฝัน กลับมาเป็นผู้ที่มีความฝันมากมายและยังสามารถสร้างความฝันให้กับคนอื่น ๆ อีกมากมาย ขอขอบคุณจริง ๆ
มาวันนี้ เป็นบัณฑิต ของจุฬาฯ จากศรัทธา ที่ถูกสร้าง จาก “แสงเทียน”


